วิธีห่อปกหนังสือแบบไม่ทำร้ายหนังสือด้วยการเลิกแปะสก๊อตเทปกันเถอะ
 
Q: การห่อปกหนังสือแล้วแปะสก็อตเทป-ภัยเงียบทำร้ายหนังสืออย่างไร?
A: คำตอบค่ะ Link Cr.cartoon2hand.com
 
 
       กิ๊กว่าหลายๆคนห่อปกหนังสือเอง หรือเช่าหนังสืออ่านต้องเคยพบเจอกับสภาพหนังสือที่เป็นแบบนี้แน่ๆ (ขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายรูปเองเนื่องจากที่บ้านกิ๊กไม่มีหนังสือที่เห็นภาพเขอะของสก็อตเทปได้แบบนี้อ่ะค่ะ ><)
 

 
     
 
 
        คนที่รักหนังสือมากถึงขั้นเวลาอ่านนี่ต้องกางหนังสือห้ามเกิน 80 องศา หรือรักถึงขั้นต้องล้างมือให้สะอาดก่อนเปิดหนังสือนี่ก็คงเจ็บปวดหัวใจเมื่อเจอสภาพหนังสือมีคราบเลอะๆ ที่มาจากสก็อตเทปที่เรานำมาห่อปกหนังสือแน่ๆ และกิ๊กมั่นใจว่าไม่มีปกพลาสติกสำเร็จรูปแบบไหนในโลกที่พอดีกับหนังสือทุกขนาดบนชั้นหนังสือเราแน่ๆ เพราะยังไงก็ต้องใช้สก็อตเทปแปะปรับขนาดปกให้พอดีกับขนาดหนังสืออยู่ดี ซึ่งตามขอบตัวสก็อตเทปเองเนี่ยจะมีกาวซึมออกมาทุกยี่ห้อในท้องตลาดค่ะคอนเฟิร์ม เพราะถ้าไม่เหนียวมันก็ติดได้ไม่ดีอ่ะเนอะ แถมไอ้ตรงขอบๆของสก็อตเทปเนี่ยแหละค่ะที่มันเป็นปัญหาใหญ่ นอกจากมันจะทิ้งคราบเหลืองเมื่อทิ้งไว้นานวันแล้ว มันยังดักจับพวกเศษฝุ่นเศษผงและโดยเฉพาะคนที่ชอบอ่านหนังสือบนเตียงเนี่ยใยผ้าจะเกาะตามขอบสก็อตเทปแน่นอน เมื่อรู้ข้อเสียของมันแล้ว เรามาปฏิวัติการห่อปกหนังสือด้วยการเลิกใช้สก็อตเทปกันดีกว่าค่ะ เพื่อหนังสือสุดรักสุดหวงจะได้อยู่คู่กับเราไปนานๆ
 
 
 

 
มาเริ่มที่อุปกรณ์ของเรากันเลยค่ะ
 
1.พระเอกของเราค่ะ แท๊นแทน!!!!! เค้าเรียกมันว่าเทปกาวสองหน้าค่ะ มีให้เลือกสรรค์กันหลากหลายยี่ห้อตั้งแต่ถู๊กถูก ยันแพ๊งแพง ปกติกิ๊กจะซื้อแบบเหมายกแถวที่แม็คโครมีขายค่ะ
ราคาไม่น่าจะเกิน 150 นะเท่าที่จำได้
แต่รอบนี้ขี้เกียจไปแม็คโครค่ะ เห็น B2S ขายเป็นคู่มาแบบนี้ก็เลยซื้อมาแก้ขัดก่อน
เลือกแบบเส้นเล็กนะคะกว้างประมาณเซ็นกว่าๆนั่นอ่ะค่ะ
หรือขยันตัดจะซื้อแบบแถบใหญ่ก็ได้ค่ะ แต่ต้องแบ่งครึ่งนะคะ
 
 
 
2.ม้วนพลาสติคสำหรับห่อปกหนังสือ ถ้าไปจตุจักรก็ไปเดินๆหาเลยค่ะ
โซนหนังสือเนี่ยมีขายและถูกมากกกกกกด้วย
 
**ที่จตุจักรแนะนำให้เดินถามซัก 2-3 ร้านนะคะ ขนาดเท่ากันแต่บางร้านขายราคาไม่เท่ากัน บางร้านขายอยู่ติดกัน แต่ราคาก็ต่างกันอีก แปลกเนอะ
คือกิ๊กซื้อมาหลายปีแล้วสมัยที่ยังเปิดร้านหนังสือเช่าอยู่ จึงไม่แน่ใจราคาปัจจุบันเท่าไหร่ แต่ก็ลองเซิร์ทๆในเน็ตดูแล้ว ถ้าเกิน 200 นี่ห้ามซื้อนะเพราะแพงเกิ้น ราคาควรอยู่ีที่ 120-180 ค่ะ 1 ม้วน ห่อหนังสือได้เยอะมากกกก 150-250 เล่มขึ้นอยู่กับขนาดหนังสือ
ถ้าหนังสือเยอะก็ซื้อไปเลยค่ะ 2 ม้วน ม้วนที่กิ๊กใช้อยู่เนี่ยเก็บมา 10 ปีแล้วค่ะ
จริงๆค่ะ 10 ปีแล้วยังคงใช้ได้ไม่บุบสลายกรอบแห้งแต่อย่างใด**
 
 
3.แผ่นรองสำหรับตัด คัตเตอร์ กรรไกร ไม้บรรทัด
 
 
4.ถุงซิปล็อคใส่หนังสือ อันนี้เสริมขึ้นมาสำหรับเก็บรักษาหนังสือระดับแอดวานซ์ขึ้นไปอีกขั้น ป้องกันฝุ่นและความชื้นช่วยให้หนังสือไม่เป็นคราบเหลือง แถมมันยังช่วยให้เราพกพาหนังสือสุดที่รักไปตามสถานที่ต่างๆได้พร้อมกับปกป้องรอยขีดข่วนและความเลอะเทอะทั้งหมดทั้งมวลค่ะ
ราคาอยู่ที่กิโลละ 120-140 สำหรับหนังสืือขนาดมาตรฐานให้ใช้ถุงขนาด 7x11 นิ้วนะคะ
 
 

 
 
 
 
อุปกรณ์พร้อมแล้วก็เริ่มห่อกันเล้ยยยย!!!  Smile
 
 
 
 
 
1.ตัดพลาสติคโดยนำหนังสือที่เราจะห่อสอดไว้ข้างใน
แล้วกะระยะให้ขนาดพลาสติคเกินขอบหนังสือมา
ประมาณๆเอาเถอะค่ะความกว้างซัก 1-2 นิ้วก็ได้
 
 
 
 
 
2.ทบดูให้ด้านหน้าและหลังเท่ากันนะคะจะได้สวยงามๆ
แล้วพับขอบพลาสติคลงมาสอดไว้ด้านในปกหน้า
ปกหลังก็พับลงมาเช่นเดียวกัน
แนะนำว่าอย่าเพิ่งไปรีดมันนะคะให้สอดพลาสติลงไปที่ปกก่อน
ขยับให้มั่นใจว่าเท่าทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีสัดส่วนที่เท่ากัน
 
 
 
 
 
3.แล้วก็รีดด้านใดด้านหนึ่งให้เรียบ
แล้วค่อยพลิกหนังสือ
ดึงพลาสติคอีกด้านให้ตึงพอดีแล้วค่อยรีดให้เรียบค่ะ
การทำแบบนี้จะได้ปกหนังสือที่เรียบแนบไปกับหนังสือ
มองดูแทบจะไม่ทราบเลยค่ะว่าหนังสือของเราห่อปกอยู่
แต่ถ้าให้ตึงเกินไปนะเออเดี๋ยวปกหนังสือจะงอ
 
 
 
 
4.ตัดมุมพลาสติคออกค่ะ
ทำเฉพาะมุมปลายปกตรงข้ามกับสันปกนะคะ หน้า 2 มุม หลัง 2 มุม
ไม่ต้องตัดมุมตรงส่วนสันปกค่ะเพราะเดี๋ยวตรงส่วนนี้เราจะกรีดออกอยู่แล้ว
 
 
 
 
5.ตรงส่วนนี้เราตัดตรงตามเส้นรอยทบด้านในของมันเลยค่ะ
ไม่ต้องตัดทำมุมใดๆนะคะตัดมันตรงๆตามรอยปะแบบในรูปเลยค่ะ
มันช่วยเราตอนติดเทปกาวเวลาพับเก็บลงไปข้างในได้ดีกว่าตัดมุมแบบขอบหน้า
ทำทั้งข้างบนข้างล่าง ด้านหน้าและด้านหลังนะคะ
 
 
 
6.จับหนังสือตั้งขึ้นมาแบบในรูปแล้วก็ใช้คัตเตอร์คมๆ
(ต้องคมๆนะคะเดี๋ยวปกแหว่ง ระวังอย่าให้กินเข้าเนื้อหนังสือด้วยน๊าา)
ตัดลงมาจากรอยตัดตรงตามข้อ 5 เลาะลงมาตามแนวตั้งแต่ด้านหน้าลงไปถึงสันปก
ไปจนถึงแนวตรงที่เราตัดไว้ด้านหลังเลยค่ะ
ถ้าคัดเตอร์เราคมเนี่ยเลาะดีๆอย่าให้กินเนื้อหนังสือ
กดใบมีดเบาๆให้แนบกับขอบปกมากที่สุดมันทำง่ายมากค่ะ
ไม่แนะนำให้ใช้กรรไกรตัดนะคะ เพราะกิ๊กลองแล้วมันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่แถมตัดยากอีกต่างหาก
 
 
 
7. เมื่อตัดเสร็จแล้วจะเหลือส่วนขอบให้เราแค่นี้
การจับหนังสือตั้งแบบในรูปจะช่วยให้เรากรีดง่ายและใช้นิ้วจัดด้านบนและล่างให้เท่ากันด้วยค่ะ
 
 
 
8.ตัดตรงรอยทบที่อยู่ด้านในหนังสือ เราก็ตัดเฉียงๆ
ไม่ต้องถึงขั้นทำมุมเป๊ะหรือตรงเปะเท่ากับขอบหนังสือนะคะ
ตัดแค่เฉียงนิดๆให้เวลาพับไม่เกิดพับซ้อนขึ้น
ข้อระวังคืออย่าตัดเข้าไปลึกหรือทำมุมมากไป
เพราะส่วนนี้เราจะใช้เป็นส่วนที่รองรับเทปกาวอีกหน้าที่เราแปะ
ถ้าเราตัดลึกไป เทปกาวจะกินเข้าไปในเนื้อหนังสือ
ซึ่งมันก็จะทำลายหนังสือเราได้เหมือนกับที่เจ้าสก้อตเทปมันทำ
 
 
 
 
 
9.ตัดเทปกาวสองหน้าออกมาให้พอดีหรือเล็กกว่านิดหน่อย
กับส่วนที่ยื่นออกมาด้านบนและล่างของขอบพลาสติก
 
 
 
10.แปะป้าบ ให้ครบ 4 มุมเลยเน้อ
 
 
 
11.แกะเทปกาวอีกด้านนึงออกแล้วก็พับลงมาแปะลงไปที่ส่วนของปกพลาสติค
อย่าให้เกินออกมาตรงส่วนที่เป็นเนื้อของปกหนังสือเด็ดขาดนะจ๊ะ
มันจะได้ถอดได้เหมือนปกสำเร็จรูปไง
แต่ของเราแอบไฮโซกว่าปกสำเร็จรูปเพราะปกของเราพอดีกับขนาดหนังสือแต่ละเล่มของเราเป๊ะ
โดยไม่มีกาวยางเหนียวๆของสก็อตเทปมาให้หนืดเหนอะหนะ
แถมถ้าเราห่อตึงพอดีกับหนังสือเราเนี่ยมันไม่ค่อยจะลื่นหลุดแบบปกพลาสติกสำเร็จรูปด้วยนะเออ
 
 
 
 
 
12.ไงล่า....ปกเราห่อออกมาแล้วงดงามเหมือนเป็นเนื้อเดียวกับกระดาษเลยใช่ม๊า
แต่ยังค่ะยังไม่เสร็จ ยังเหลือการปกป้องหนังสือสุดที่รักอีก 1 ชั้น
 
 
 
 
13.ก็อย่าลืมนะคะ เก็บเข้าซองพลาสติกซิปล็อคไปเลย
แล้วก็สอดที่คั่นหนังสือลงไปด้วยน๊า จะได้ครบเซ็ต
เวลาหยิบมาอ่านจะได้ไม่ต้องไปค้นที่คั่นหนังสือให้วุ่นวายอีก
 

 
     "ที่คั่นของกิ๊กน่ารักป่ะคะ อิอิอิ อย่าให้เด็กบ้าน Tamfeels มาเห็นทีเดียวเชียว ถ้าเห็นนี่อาจจะมีคนแอบจำได้เพราะเราใช้ปก DVD BOXSET แกล้งจุ๊บที่อัดมาเสียเอามาตัดทำที่คั่นหนังสือหมด คนอื่นๆสามารถเลียนแบบได้ค่ะ กระดาษใดๆที่ไม่หนาหรือบางเกินไปจับมาตัดเป็นที่คั่นหนังสือให้หมด แล้วก็งดรับที่คั่นหนังสือตามร้านหนังสือได้แล้วนะคะ เปลืองทรัพยากร ลดโลกร้อน เก็บต้นไม้ไว้ตัดมาทำหนังสือให้เราอ่านดีกว่าค่ะ กระดาษเหลือใช้เราก็เอามาทำเป็นที่คั่นหนังสือได้มากมาย)"
 
 
 
 
 
 
 
     เริ่ดค่ะ หวังว่าเด็กบ้าน Tamfeels คงแอบภูมิใจถ้าได้มาเจอ How To อันนี้
เพราะจะได้รู้ว่าในระหว่างที่แอดมินเว็บโดดงานในหน้าที่แอดมินมา ก็มิได้อยู่เฉยๆ
ยังทำสิ่งนานาที่มีประโยชน์อยู่บ้าง หุหุหุ
 
     ปล.ส่วนผู้เยี่ยมชมคนใดไม่รู้จักว่า Tamfeels คือสิ่งใด กดเข้าไปชมเว็บเราได้ค่ะ http://www.tamfeels.com/
เว็บเราไม่เกี่ยวกับหนังสือ ไม่เกี่ยวกับการห่อหนังสือค่ะ เกี่ยวกับดาราเกาหลีล้วนๆ ฮ่าๆๆๆ
 
 
ขอบคุณค่าที่หลงรัก เอ๊ย! หลงเข้ามาเยี่ยมชมบล็อค PimSubs ^^
หวังว่าจะมีประโยชน์ และแอบมีคนมาเยี่ยมกิ๊กบ้างอะไรบ้างนะคะ แอบเหงาอยู่นิดๆ
แล้วตุลาคมนี้จะเข้าไปทำหน้าที่แอดมินเว็บเหมือนเดิม ตอนนี้ขออัพบล็อคเล่นๆไปก่อนน๊าาาา
 
Cr.กุ๊กกิ๊กของคยูฮยอน PimSubs@Tamfeels.com
 
 

edit @ 29 Jul 2012 23:28:52 by pimsubs

Comment

Comment:

Tweet

#9 By (49.230.106.124|49.230.106.124) on 2015-06-22 08:04

#7 By (1.46.13.55|1.46.13.55) on 2015-05-16 13:21

#8 By (1.46.13.55|1.46.13.55) on 2015-05-16 13:21

ง่ายจังเลยค่ะ แถมหนังสือจะไม่สกปรกด้วยbig smile cry double wink wink question 

#6 By มายด์ (1.10.222.82|1.10.222.82) on 2014-05-17 14:48

ขอบคุณค่า! อยากได้วิธีห่อดีๆมานานแล้ว confused smile

#5 By Boooo (58.9.131.67|58.9.131.67) on 2014-03-28 20:41

ทีแรกกำลังจะหาซื้อปกสำเร็จมาใส่หนังสือเก่าๆ แต่มาเจอคำแนะนำนี้ก่อน บ่ายเลยออกไปซื้ออุปกรณ์มาลองเลยครับ ปกแรกเรียบร้อยแบบผู้ชายหยาบทีเดียว 555 ขอบคุณมากนะ สำหรับกิจกรรม DIY ดีดีอย่างนี้ ^^

#4 By Plakapong (14.207.141.15) on 2013-09-25 21:25

พี่กิ๊กกกกกกก บังเอิญมาเจอ เด็กtamfeelsค่าาา พอดีช่วงนี้เจอหนังสือเป็นคราบเหลือง ช็อดมาก เลยรื้อตู้โมหนังสือใหม่หมดเลย วิธีนี้ประหยัดดีค่ะ ทำง่ายด้วยก่อนหน้าาี้ซื้อสำเร็จปกละ3บาท== แถมไม่พอดีอีก ขอบคุณนะคะ

#3 By arwel (103.7.57.18|27.55.150.68) on 2013-04-19 10:59

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะbig smileHot! Hot!

#2 By Blu on 2012-07-31 13:23

Hot! Hot! Hot!

ว้าว.. ดีจังครับ แค่นี้ก็ไม่ต้องทำร้ายหนังสือแล้ว^^

sad smile confused smile confused smile